26 สิงหาคม 2552

หัวใจจึงมืดดำ เสมือนความชังบังตา

เพลง : รักเจ้าเอย
ศิลปิน : เอิร์น สุรัตน์ติกานต์

รักเจ้าเอย หัวใจเพรียกหา
ความรักมา แย่งชิงไขว่คว้ากัน
หากไม่เป็นเหมือนเช่นใจปอง
แต่ต้องการครอบครอง
หัวใจจึงมืดดำ เสมือนความชังบังตา

ความรักทำให้คนสุขสม
และ่ความรักทำให้คนหลั่งน้ำตา

ต่อให้รู้ว่ารักคือไฟ
แต่จะเดินเข้าไป ขอเพียงให้ได้มา
จะกล้ายอมทำทุกอย่าง

ใครไม่รักไม่รู้
ถ้าใครไม่อยู่ตรงนี้
สิ้นไร้พลังต้านความเสน่หา
ถ้าใครได้รักจะรู้
รักคือยอดปราถนา
ชาตินี้ถ้าคลาดครา
สิ้นรักไปดวงชีวา จบสิ้นกัน

รักเจ้าเอย หัวใจลุ่มหลง
จะช้ำตรม เท่าใดก้อรักเธอ
ผิดเพียงใดฉันพร้อมยอมทำ
แค่เพียงในสักวัน ได้หัวใจของเธอ
มาคู่เคียงเธอก้อพอ

หากซีกหนึ่งของหัวใจ คือความรัก อีกซีกหนึ่งคือชิงชัง กระนั้นหรือ
"พี่พูดจริง จริงทุกคำพูดที่บอกกับเอ็งนะอิ่ม เอ็งจำไว้เลย
ทุกคำนั้น มันกลั่นมาจากใจของพี่
พี่รักก็บอกว่ารัก
พี่รักเอ็ง พี่ก็ต้องบอกเอ็งคำนี้
ถึงเอ็งจะชิงชัง นั่นก็ใจของเอ็ง เอ็งมันไม่เคยมีความรัก
เอ็งไม่รู้หรอกว่าไอ้เวลาที่เราจะเสียคนรักไปมันเป็นอย่างไร
พี่จะอยู่ตรงนี้กับเอ็ง รักเอ็ง ไม่ว่าจะนานแค่ไหน
ใจของไอ้ยอดไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปจากเอ็ง
วันหน้าจะเป็นก็แต่เอ็งที่เปลี่ยน...
แต่วันหนึ่ง อิ่ม วันหนึ่งเอ็งจะรักข้า...ไม่แปรเปลี่ยนไปไหนอีกเลย"

นั่นคือ เจ้ายอด ที่ทั้งใจมันมีแต่แม่อิ่ม
เจ้ายอด ที่ทั้งชีวิตมันรักผู้หญิงเพียงคนเดียว...คนเดียวที่ชิงชังมัน

10 กรกฎาคม 2552

ต้องโทษดาวโกรธสายลมและโทษพระจันทร์

เพลง : ต้องโทษดาว
ศิลปิน : เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์


ความจริงที่ฉันต้องการเก็บไว้ มันทำให้ฉันต้องคอยห่างเธอ
ไม่กล้ามองไม่จ้องตาไม่ค่อยมาเจอ เดี๋ยวจะเผลอเกิดหลุดปากอะไรไป

บังเอิญคืนนั้นพระจันทร์สุดสวย บังเอิญตอนนั้นเหลือเธอกับฉัน
ทั้งสายลมและแสงดาวก็เหมือนแกล้งกัน บังคับกันจนฉันทนไม่ไหว

ไม่มีทางหนีได้เลย ฉันเลยต้องเอ่ยปาก บอกรักเธอ รักเธอมานานแสนนาน
ไม่อยากให้รู้ให้จำ ไม่อยากทำให้รำคาญ
เพียงแต่คืนนั้น ทุกอย่างบอกฉันว่าต้องพูดความจริง

พอเธอได้รู้แล้วเธอโกรธไหม มันคงไม่ใช่เป็นความผิดฉัน
ต้องโทษดาวโกรธสายลมและโทษพระจันทร์ ที่สั่งฉันให้ฉันต้องบอกเธอ

เพียงแต่คืนนั้น ทุกอย่างบอกฉันว่าต้องพูดความจริง


       ชัดเจนและแป้งนั้น เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัดและคู่รักกัน ด้วยความที่ฟอร์มจัดด้วยกันทั้งคู่ สถานภาพที่คนอื่นมองจึงดูแปลก ๆ เพราะบางครั้งก็เหมือนเป็นเพียงผู้เช่าและผู้อาศัย แต่บางครั้งก็เหมือนเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ก็มีหลายครั้งที่ดูเหมือนเป็นแม่ลูกกัน หรือเป็นคู่รักกันก็มี ความรักและความผูกพันของหนุ่มสาวทั้งสอง จึงค่อยๆก่อตัวขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายและปัญหารอบข้าง บ้างสุข บ้างเศร้า บ้างเหงา บ้างตลก แต่ทุกชีวิตในบ้านหลังนี้ก็ยังคงดำเนินไป
       ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2549 หลังจากที่ชัดเจนต้องเก็บงำความรู้สึกที่มีต่อแป้งมานานเกือบสามปี ในที่สุดก็มีเหตุจำเป็นที่ทำให้ชัดเจนต้องหลุดปากบอกความจริงออกไปโดยไม่รู้ตัว
       สำหรับคนที่ติดตามละครเรื่องนี้มาโดยตลอด ก็คงจะยิ้มออกไปตามๆกัน หลังจากที่ต้องลุ้นมานาน ว่าคู่พระนางเมื่อไหร่จะได้บอกรักกันซักที
       หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมก็ชอบเพลงนี้...

08 กรกฎาคม 2552

ในวันที่ร้ายๆ ยังมีสิ่งดีๆ ซ่อนอยู่เสมอ

เพลง : อยากมีเธอเป็นแฟน
ศิลปิน : ไผ่ พงศธร

คนไม่มีแฟนก็เหมือนเพลงที่มีแค่ทำนอง
ขาดอีกคนที่เป็นคำร้อง มาเติมทำนองชีวิตให้เต็ม
ขาดคนร่วมฝัน แลกเงินด้วยงานเหงื่อเม็ดเค็ม เค็ม
ให้เจ้านายนำเสียงเข้มเข้ม ชี้นิ้วสั่งงานอย่างนั้น อย่างนี้

ไม่รู้ว่าเธอเคยรู้สึกคล้าย คล้ายกันหรือไม่
ชีวิตลูกจ้างห่างบ้านมาไกล แบบว่าเดียวดายบ่อยไหมคนดี
ทำงานไม่ไกล เจอหน้าทักทายตามฟอร์มทุกที
แต่จริง จริงแล้วลุ้นเต็มที่ ชาตินี้จะมีโอกาสบอกไหม

อยากมีเธอเป็นแฟน
อยากเดินควงแขนกับเธอคนที่โดนใจ
อย่างน้องยามเหงายังพอมีคนโทรคุยได้
ถามทุกข์สุขให้กำลังใจเป็นอะไรที่เข้าใจกัน

ก็เลยอยากมีเธอเป็นแฟน
หากได้ควงแขนกับเธอคงสุขดั่งฝัน
เฝ้าแอบมองเธอพอลืมเหงาไปวัน วัน
ประสาคนคุ้นหน้ากัน ที่เธอไม่รู้ความจริงบ้างเลย

หากเธอเข้าใจ ชีวิตเดียวดายของคนไกลบ้าน
แค่หันมาสบตากันสักครั้งต่อวัน แทนการเฉยเมย
หรือเธอจะให้โอกาสเลขหมายสร้างความคุ้นเคย
โทรมาฟังถ้อยคำเชยเชย ที่ใช้เฉลยทุกอย่างในใจ

เฝ้าแอบมองเธอพอลืมเหงาไปวัน วัน
ประสาคนคุ้นหน้ากัน ที่เธอไม่รู้ความจริงบ้างเลย


      วันนี้เป็นวันที่โชคร้ายอีกวันหนึ่ง
      สืบเนื่องมาจากรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ กำหนดให้วันที่ 6 ก.ค. 2552 เป็นวันหยุดราชการ ทำให้ปีนี้มีวันหยุดติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน
      ด้วยเหตุนี้เองผมก็เลยตัดสินใจกลับบ้านที่มุกดาหาร
      เรื่องราวของความโชคร้ายเริ่มขึ้นตอนที่ผมจะเดินทางกลับ วันนี้เป็นวันที่อากาศร้อนทีเดียว ตอนแรกที่มาถึงสถานีขนส่ง ผมคิดว่าจะรอขึ้นรถปรับอากาศที่จะมาจากนครพนม แต่ต้องรออีกประมาณ 15 นาทีกว่าที่รถจะมาถึง ในตอนนั้นเองมีรถพัดลมลมที่มาจากนครพนมมาถึงพอดี ด้วยความที่อดทนที่น้อยนิดและความที่อยากจะหาประสบการณ์ที่ท้าทายให้กับชีวิตอีกสักครั้ง (เพราะก่อนหน้านี้เคยลองมาแล้วหลายครั้ง) ประกอบกับช่วงนี้มีโรคระบาดร้ายแรงภายในประเทศ ผมตัดสินใจขึ้นรถพัดลมอีกครั้ง
      แล้วสิ่งที่ผมแสวงหาและท้าทายก็เกิดขึ้น
      รถคันที่ผมนั่งมานั้นเบรกแตก ต้องจอดซ่อมข้างทางประมาณ 1 ชั่วโมง
      นี่เป็นเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้น
      แต่ในความโฃคร้ายนี้เอง ผมก็ได้เจอกับความโชคดี
      เรื่องแรก รถปรับอากาศที่ผมรและเกือบได้นั่งมานั้น มันเกิดไปชนท้ายรถบัสอีกคัน
      เรื่องต่อมา มันทำให้ผมคิดถึงเพลงนี้...

04 กรกฎาคม 2552

ได้แต่บอกตัวเองว่าอย่าดีกว่า

เพลง : อย่าดีกว่า
ศิลปิน : ไมโคร


คิดมานาน เราเฝ้ามองมานาน นานเสียจนเธอเอง รู้ตัวเอง
ว่ามีคนเฝ้ามอง แอบมองเธอทุกเวลา

ก็ถามตัวเอง ว่าเรานั้นมีอะไร มองเขามองทำไม แล้วยังไง
แอบติดใจเธอรึเปล่า อย่างเราทำได้คงเพียงแต่มอง ได้แต่ร่ำร้องเรียกในใจ

อย่าดีกว่า ลืมเสียดีกว่า ลืมซะเรา บอกตัวเองได้แต่บอกตัวเอง
ว่าอย่าดีกว่า ลืมเสียดีกว่า ลืมซะเรา บอกตัวเองได้แต่บอกตัวเอง ว่าอย่าดีกว่า

ก็รู้ตัวเอง แอบรักเธอมาตั้งนาน รั้วบ้านเรามันติดกัน แต่เรานั้นก็ห่างกันไกล
ก็รู้ตัวดี ไม่รู้ทำไม ไกลกันดั่งเหมือนว่าดินกับฟ้า


      เมื่อวันก่อนได้ดูโฆษณาผงซักฟอกยี่ห้อหนึ่ง  เป็นเรื่องราวความรักของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง  ที่ไปแอบชอบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน  แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวที่ตนหมายปอง  จนเป็นเหตุให้เสื้อของตนนั้นต้องเปื้อนเลือดของเธอ
      ที่เล่ามาทั้งหมดนั้นแค่อยากจะบอกว่าชอบเพลงประกอบโฆษณาตัวนี้
      แม้จะรู้ตัวเองว่าแอบรักเธอมาตั้งนานเพียงใด   แต่ก็รู้ตัวเองว่าควรจะอยู่ตรงไหน  ถึงแม้ว่าจะรักเธอมากเพียงใด  แต่ด้วยความต่างระหว่างเรานั้นมีมากมายเหลือเกิน  ฉันก็เลยไม่อาจเผยความใน  เพราะรู้ว่าถ้ากล่าวออกไป  ก็รังแต่จะทำให้เราต้องห่างไกล  ก็เลยได้แต่บอกตัวเองว่า...อย่าดีกว่า
      น่าเห็นใจคนแต่งจริง

02 กรกฎาคม 2552

เป็นอีกบทเพลงรักของชีวิต

เพลง : ไม่รักแต่คิดถึง
ศิลปิน : เฉลียง

ชีวิตบางช่วงที่เกี่ยวกัน
เราได้แลกเปลี่ยนซึ่งความฝัน
หลายครั้งหลายหนหัวใจไม่ตรงกัน
แต่รู้กันต่างคนมีน้ำใจ
      เธอไม่ต้องนวลอย่างดวงจันทร์
      และฉันไม่ใช่ดวงตะวันฉาย
      เราเพียงเป็นคน คบกันตามสบาย
      เมื่อร้างไกลห่วงใยก็แล้วกัน
ไม่สำคัญว่าเธอมีใคร
ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน
ไม่สนใจเมื่อเธอสุขสันต์
ขอรู้เพียงวันที่เธอไม่มีใคร
      ยังไม่ประคองถ้าเธอล้ม
      ถ้าเธอลุกขึ้นยืนได้เองไหวขอรู้
      ขอเห็นว่าเธอเดินเองได้
      จะขอมองดูไกลๆ อย่างชื่นชม
ไม่สำคัญว่าเธอมีใคร
ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน
ต่างหนทางของต่างเรานั้น
ถึงแม้ว่าเราจะไกลซักเพียงไหน
      ไม่รักแต่คิดถึง ไม่รักแต่คิดถึง
      ไม่รักแต่คิดถึง ไม่รักแต่คิดถึง
      ไม่รักแต่คิดถึง ไม่รักแต่คิดถึง
      ไม่รักแต่คิดถึง ไม่รักแต่คิดถึง

      ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ก็ไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรมากมายนัก   แต่พอดูชื่อเพลงแล้วก็ให้รู้สึกสงสัยอย่างบอกไม่ถูก ก็เลยตัดสินใจลองหาเนื้อเพลงมาอ่านดู ปรากฏว่ามันโดนครับพี่น้อง
      ดูเหมือนว่าชีวิตจะถูกกำหนดมาให้พบกับความผิดหวังเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้จะพบกับความรัก แต่ก็ไม่อาจสมหวัง
      แต่ถึงแม้ว่ารักไม่อาจสมหวัง  แต่ยังคงปรารถนาที่จะเห็นคนรักมีความสุข  ดังเช่นประโยคที่ว่า  "ขอรู้เพียงวันที่เธอไม่มีใคร  ยังไม่ประคองถ้าเธอล้ม  ถ้าเธอลุกขึ้นยืนได้เองไหวขอรู้  ขอเห็นว่าเธอเดินเองได้  จะขอมองดูไกลๆ อย่างชื่นชม"
      ใครกันหนอ  ช่างน่าอิจฉาจริง  
      หลังจากเข้าใจในเพลงอย่างแจ่มแจ้งแล้ว  ก็อดไม่ได้ที่จะมองย้อนมาดูตัวเอง  ช่างน่าอนาถใจเสียจริง

28 มิถุนายน 2552

ในค่ำคืนเหงาที่มีเพลงคาราบาวเป็นเพื่อน

เพลง : ทะเลใจ
ศิลปิน : ยืนยง โอภากุล

แม้ชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน
วันที่ผ่านมาไร้จุดหมาย
ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่เพียงตัวและจิตใจ
เป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน
เหมือนชีวิตผันผ่านคืนวันอันเปลี่ยวเหงา
ตัวเป็นของเราใช่ของใคร
มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนนี้ตัวกับใจไม่ตรงกัน
คืนนั้นคืนไหนใจแพ้ตัว
คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไล
อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น
คืนนั้นคืนไหนใจเพ้อฝัน
คืนและวันผันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยกลางลมโบก
พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ
ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำเพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

     แอ๊ด คาราบาว กล่าวไว้ว่า ในชีวิตของเขาแต่งเพลงมาแล้วเป็นหมื่นเป็นพันเพลง แต่ก็มีไม่กี่เพลงที่จะมีเนื้อหากินใจได้ลึกซึ้ง และเพลงทะเลใจก็เป็นหนึ่งในบทเพลงเหล่านั้น ที่อยู่ในความประทับใจของพี่แอ๊ด และใครอีกหลายคน
     สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงเพื่อชีวิต เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหลายคนคงจะเคยฟังเพลงนี้ และยังเชื่ออีกว่าหลายคนเช่นกันที่ชื่นชอบเพลงนี้...เช่นกัน
     ด้วยเนื้อหาที่กินใจและใกล้ตัว เป็นสิ่งที่หลายคนรับรู้และสัมผัสได้ แต่ยากที่จะเข้าใจและยอมรับมัน การใช้คำที่เข้าใจง่าย แต่ฟังแล้วทำให้รู้สึกสกิดใจเป็นอย่างดี จังหวะทำนองที่สอดประสานกับเนื่อหาของเพลง ยิ่งทำให้ผู้ชมเกิดอารมณ์คล้อยตามไปกับพี่แอ๊ด ปานน้ำตาจะไหลให้ได้เชียว
     สำหรับตัวผมเองแล้วบทเพลงนี้ถือเป็นเพลงครูเลยก็ว่าได้ จะกี่ทีกี่ครั้งที่ได้ฟังก็ไพเราะจับใจอยู่เสมอเสมอ ไม่เมีอาการบื่อสักที แต่กลับรู้สึกทราบซึ้งและค้นพบอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ อาจเพราะด้วยรูปแบบการดำรงชีวิตที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาเกี่ยวข้อง ให้ได้เรียนรู้ ได้รัก ได้เกลียด และบ่อยครั้งที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต พยายามที่จะหาทางออกให้กับตัวเอง แต่สุดท้ายกลับวนเวียนอยู่ที่เดิม